ผู้สนับสนุนเว็บ
สนใจลงโฆษณาคลิ๊ก
สนใจลงโฆษณาคลิ๊ก
สนใจลงโฆษณาคลิ๊ก
เลือกบอร์ดอื่นที่ต้องการ : พูดคุยนกค๊อคคาเทล พูดคุยนกหงส์หยก พูดคุยนกเลิฟเบิร์ด
  พูดคุยนกฟินช์ พูดคุยนกอื่นๆ พูดคุยสัตว์เลี้ยงอื่นๆ
  ซื้อ-ขาย อุปกรณ์เลี้ยงนก ซื้อ-ขาย นกค๊อคคาเทล ซื้อ-ขาย นกหงส์หยก
  ซื้อ-ขาย นกเลิฟเบิร์ด ซื้อ-ขาย นกฟินช์ ซื้อ-ขาย นกอื่นๆ
  ซื้อ-ขาย สัตว์เลี้ยงอื่นๆ    

กฏการใช้บอร์ด

  1. ห้ามซื้อ ขายสัตว์ป่าคุ้มครอง และสัตว์สงวน หากพบทางเว็บจะลบโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ถ้าฝ่าฝืนอีกทางเวบจะลบยูสเซอร์ของท่านออกทันทีโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่คืนค่าบริการ
    คลิ๊กดูรายชื่อสัตว์ป่าคุ้มครอง | ผู้ที่ต้องการขายสัตว์คุ้มครองทางเว็บทำอย่างไรคลิ๊กอ่านรายละเอียด
  2. งดการตั้งกระทู้ ออกความเห็น ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ถ้าพบทางเว็บจะลบกระทู้โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  3. ห้ามตั้งกระทู้ซื้อขายในบอร์ดพูดคุย
  4. กระทู้ซื้อขายที่มีการปิดการขายไปแล้ว ทางเว็บจะลบกระทู้นั้นออก

กลับหน้าบอร์ดรวม > บอร์ดพูดคุย นกอื่นๆ

ขอถามหน่อยครับ มือใหม่อยากเลี้ยงครับ
ผมจะเลี้ยงลูกป้อนซันอ่ะครับ ผมจะต้องเตรียมพร้อมอ่ะไรมั่งอ่ะครับ
โพสโดย : zSingHaz  
โพสเมื่อ : 7 มีนาคม 2555 05:19:48
IP : 182.53.106.xxx

Reply 1

ต้องมีเวลาครับในการป้อนอาหารและเวลาดูแลครับ การชงอาหารลูกป้อนครับ http://www.youtube.com/watch?v=L3V2uWOx6pg การป้อนครับ http://www.youtube.com/watch?v=q_dUH3sUFVU&feature=related
โพสโดย : pnj  
โพสเมื่อ : 7 มีนาคม 2555 08:42:47
IP : 125.25.144.xxx

Reply 2

คำแนะนำในการเลี้ยงดูลูกนกแก้ว เนื่องจากปัจจุบัน ได้มีการเพาะขยายพันธุ์นกแก้ว เพื่อจำหน่ายเป็นสัตว์เลี้ยงกันเพิ่มมากยิ่งขึ้น ทั้งนกที่มีสายพันธุ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ และนกที่มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเซีย ดังนั้น ทางชมรม สยามไอเวียรี่คลับ จึงได้จัดทำเอกสารนี้ขึ้นมาเพื่อเผนแพร่ เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจได้ใช้เป็นแนวทางในการเลี้ยงดูลูกนกอย่างประสพความสำเร็จ เติบโตเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีคุณภาพ และมีโอกาสแพร่ขยายพันธุ์ต่อไป ในอนาคต การเริ่มต้นเลี้ยงนกแก้ว โดยการหาซื้อลูกนกที่ได้รับการป้อนอาหารด้วยมือ และโตจนสามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว นั้น จะเป็นวิธีที่ดีที่สุด หรือหากต้องการที่จะป้อนอาหารลูกนกด้วยตนเอง ก็ควรที่จะเลือกลูกนกที่มีเส้นขนแหลมเป็นหนาม ๆๆ ( ขนหลอด ) ขึ้นมาบ้างแล้ว จะปลอดภัยกว่า ที่จะซื้อลูกนกที่มีอายุน้อยกว่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ไม่เคยป้อนอาหารลูกนกมาก่อน เลือกลูกนกที่มีดวงตาแจ่มใส นิ้วเท้าอวบอ้วน ไม่มีน้ำมูก ไม่หายใจทางปาก ปีกแนบชิดลำตัว ขนรอบ ๆ ก้น ไม่มีคราบสิ่งสกปรก ในกล่องหรือในตู้ที่ใส่ลูกนกไม่มีกลิ่นเหมืนอันเกิดจากลูกนกท้องเสีย หรือไม่มีคราบอาหารที่ลูกนกขย้อนออกมา อาหารที่ใช้ป้อนลูกนก ( ไม่ควร ) ใช้อาหารสำหรับเด็กอ่อน เช่น ซีรีแรค ซึ่งมีส่วนผสมของนมอยู่ด้วย นกไม่ใช่สัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม จึงไม่มีเอ็นไซน์แลคเตส สำหรับย่อยนม เมื่อได้รับอาหารที่มีนม ผสม อยู่ด้วยในปริมาณที่มาก จะทำให้เกิดอาการท้องเสีย หรืออาหารไม่ย่อยได้ อาหารสำหรับลูกนกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ 1. อาหารสำเร็จรูป ส่วนใหญ่ เท่าที่เห็นกันอยู่นั้น จะเป็นอาหารสูตรจากต่างประเทศ ซึ่งจะมีราคาค่อนข้างสูง และจะมีคุณค่าทางอาหารครบถ้วน สำหรับลูกนกเมื่อเปรียบเทียบกับอาหาร ที่ผลิตภายในประเทศ ราคาจะต่างกันมาก ๆ 2. อาหารที่ผสมขึ้นเอง โดยใช้เมล็ดพืช เช่น ถั่วเชียว ถั่วเหลือง ฟักทอง ปลายข้าว แครอท ข้าวโพด ไข่ไก่ ต้มรวมกันจนสุกเปื่อย เติมวิตามินและเกลือแร่ ข้อดี ของอาหารประเภทนี้คือ สามารถเตรียมได้เอง ประหยัด ส่วนข้อเสีย คือ อาจไม่ได้รับสารอาหารครบถ้วนตามที่ลูกนกต้องการ 3. ผลไม้ เช่น กล้วย มะละกอ ฯลฯ อุปกรณ์ที่ใช้ในการป้อนอาหาร มีให้เลือกใช้ดังนี้คือ 1. ไซริ้งค์ พร้อมกับสายยาง ( ไส้ไก่ จักรยาน ขนาด ยาว ประมาณ 3 – 5 นิ้ว ) วิธีการป้อน แบบนี้ ค่อนข้างสะดวก แต่ความสะดวกต่าง ๆ ก็จะแฝงถึงอันตรายสำหรับลูกนกด้วย โดยจะแหย่ปลายสายยางเข้าไปในปากลูกนก ( บริเวณด้านข้าง ) ไม่ควรแหย่ลงไปตรงกลางปากลูกนก เนื่องจาก บริเวณ ใต้โคนลิ้น ของลูนกจะเป็นหลอดลม สายยาง หรือไส้ไก่ อาจจะเข้าไปในหลอดลมได้ ( ถึงตายเชียว ) 2. ไซริ้งค์ พร้อมกับสายยาง ( ชนิดป้อนลูกนกปากขอ โดยเฉพาะ ) ปกติ สลิ้ง ชนิดนี้ จะไม่ค่อยได้เห็น เข้ามาขาย ตามร้านขายนกต่าง ๆ มากมายนัก ( มีขายเฉพาะที่ ) โดยจะไม่ต้องห่วง ๆ เรื่องอาหารเข้า หลอดลม เนื่องจากอาหาร จะออกมาบริเวณ ช่องด้าน ข้างของสายยาง 3. ไซริ้งค์ อย่างเดียว โดยแหย่ ปลายไซริ้ง ที่บรรจุอาหารเข้าที่มุมปาก แล้วค่อย ๆๆ บีบ ก้านไซริ้งค์ อย่างช้า ๆ 4. ช้อนชา ที่บีบขอบทั้งสองข้าง ห้อเข้าหากัน ตักอาหารป้อนลูกนกอย่างช้า ๆ ปลอดภัย มากที่สุด แต่ค่อนข้างจะเลอะเทอะ คำแนะนำในการป้อนอาหาร 1. อุณหภูมิของอาหารที่ใช้ป้อนลูกนก หากเป็นอาหารสำเร็จรูป ควรมีอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 37.7 – 43.3 องศา C ( 100 – 110 องศา F ) 2. ผสมอาหารตามอัตราส่วนที่ระบุไว้ และเพียงพอต่อการใช้ในแต่ละมื้อ ปัญหาที่มักจะพบคือในกรณีที่ซื้ออาหารที่แบ่งขายเป็นถุง ๆ ขอให้สอบถามเรื่องอัตราส่วนผสมที่ชัดเจนด้วย ซึ่งจะแตกต่างกันไปแล้วแต่ละยี่ห้อ 3. หากเป็นผลไม้ ใช้ช้อนขูด ๆ ให้นกกินทีละน้อย ควรใช้ผลไม้ที่ใหม่สดอยู่เสมอ 4. ความถี่ ในการป้อนอาหาร แรกเกิด ให้ทุก ๆ 2 ชั่วโมง ( 9 – 10 ครั้ง ต่อ วัน ) เมื่อถึงวันที่ 8 ให้ทุก ๆ 3.5 – 4 ชั่วโมง ( 5 – 6 ครั้ง ต่อ วัน ) เมื่อถึงวันที่ 14 ให้ทุก ๆ 5 ชม. ( 4 ครั้ง ต่อวัน ) เมื่อถึงวันที่ 24 – 30 ให้ทุก 8 ชม. ( 3 ครั้ง ต่อวัน ) เมื่อถึงช่วงที่น้ำหนักตัวของลูกนกขึ้นถึงจุดสูงสุด 2 ครั้งต่อวัน หมายเหตุ : น้ำหนัก นกต้องขึ้นทุกวัน เพียงแต่ว่า จะขึ้นมากหรือน้อย เท่านั้น จะไม่มีการลดลง ช่วงอายุที่ลูกนกมีน้ำหนักสูงสุดนี้จะแตกต่างกันออกไปในแต่ละสายพันธุ์ เมื่อถึงตอนนั้น ลูกนกจะมีน้ำหนักตัวมากกว่า พ่อแม่นก และหลังจากนั้นจะกินอาหารน้อยลง น้ำหนักตัวจะค่อย ๆ ลดลง ๆ และได้เวลาที่จะเริ่มฝึกกินอาหารด้วยตนเอง การป้อนอาหารนกมีเรื่องที่พึงต้องระมัดระวังคือ การรักษาความสะอาด ทำบันทึกการให้อาหารและน้ำหนักตัวของลูกนก ใช้อุปกรณ์ในการป้อน และชนิดของอาหารที่เหมาะสม ในกรณีที่มีปัญหาเกิดขึ้น จะแสดงออกดังนี้คือ 1. น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นน้อยมาก หรือลดลง 2. อาหารที่ป้อนใช้เวลานานมากกวาจะย่อยหมดไปจากกระเพาะ 3. ปฏิกริยาตอบสนองต่อการป้อนอาหารต่ำมาก การที่ลูกนกมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นน้อยมาก หรือลดลง อาจจะมีสาเหตุดังนี้ 1. นกได้รับอาหารในปริมาณที่น้อยเกินไป การป้อนไม่จำเป็นต้องรอจนอาหารในกระเพาะหมดเกลี้ยงแล้วถึงเริ่มป้อนมื้อต่อไป ในรอบยี่สิบสี่ชั่วโมง จะมีช่วงที่กระเพาะของลูกนกว่างเปล่าคือ ตอนเช้า 2. ชนิดของอาหารไม่เหมาะสมกับพันธุ์ของนกนั้น ๆ พวกลูกนกแก้วขนาดใหญ่เช่น กระตั้ว มาร์คอ ต้องการอาหารที่มีปริมาณไขมันที่สูงกว่า นกชนิดอื่น ๆ 3. อุณหภูมิในการเลี้ยงดูลูกนกไม่เหมาะสม หากต่ำกว่าที่ควร ระบบการย่อยอาหารจะทำงานล่าช้าลงมาก - ลูกนกแรกเกิดควรได้รับความอบอุ่นที่อุณหภูมิ 36.6 องศา C - เมื่ออายุ 5 – 12 วัน อุณหภูมิ 35 – 31.6 องศา C - เมื่ออายุ 12 วัน ถึงระยะขนขึ้น เป็น ขนหนาม อุณหภูมิ 31 – 28 องศา C - เมื่อมีขนคลุมเกือบทั่วทั้งตัว อุณหภูมิ 26.5 องศา C 4. อุณหภูมิของอาหารที่ไม่เหมาะสม หากสูงเกินไป ความร้อนของอาหารจะลวกเนื้อเยื้อที่บุกกระเพาะจนกลายเป็นเนื้อตาย หากต่ำกว่า ไป การย่อยจะช้ามาก จนกระทั่งเกิดการบูดเน่าอยู่ภายในกระเพาะอาหาร 5. ความเครียดจากสภาพแวดล้อม 6. เกิดจากการติดเชื้อ เช่น เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา หรือเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรียที่พบได้บ่อยได้ แก่ เชื้อซาลโมเนลล่า ซึ่งทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหาร ส่วนเชื้อรา ได้แก่ พวกแคนดิด้า อัลบิแคน มักพบในช่องปาก และผนังของเยื่อบุกระเพาะอาหาร 7. การสำลักอาหารหากไม่มากนัก ลูกนกจะแสดงอาการไอ และจามเพื่อขับเอาอาหารที่สำลักออกมาประมาณหนึ่งถึงสองชั่วโมง แล้วจะค่อยทุเลาลง ในกรณีที่มีอาหารเข้าไปในหลอดลม เป็นจำนวนมาก จะหายใจลำบาก เกิดการติดเชื้อในปอด หรือ อาจตายอย่างเฉพียงพลัน เพื่อหลีกเลี้ยงกรณีดังกล่าว การป้อนอาหารจึงควรกระทำอย่างช้า ๆ และด้วยความระมัดระวัง 8. กระเพาะอาหารอักเสบ เกิดจากอาหารที่ไม่เหมาะสมกับลูกนก อาหารที่ตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหารระยะเวลานานเกินไป จนทำให้เกิดการหมัก ลูกนกจะแสดงอาการขย้อนอาหารนั้นออกมา การแก้ไขโดยใช้ยา Kaopectate จนอาการดีขึ้น จึงกลับมาป้อนอาหารตามปกติ
โพสโดย : pnj  
โพสเมื่อ : 7 มีนาคม 2555 08:43:58
IP : 125.25.144.xxx

Reply 3

ตามที่พี่ๆบอกเลยค่ะ ตัวแรกที่เราเลี้ยงเราเสียเค้าไปเพราะอาหารย่อยช้า จนไม่ย่อยและไม่ดูดซึม แต่เราไม่ยอมแพ้ ตัวที่ 2 เลยซื้อนกโตนิดนึงป้อนไม่กี่กันก็ไม่เอาสายป้อนแล้ว ตัวที่ 3 ก็เป็นเด็กน้อย ตอนนี้ 2 ตัวที่อยู่โตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้วค่ะ ตัวที่ 4 กับ 5 กำลังจะตามมา
โพสโดย : nuttanattz  
โพสเมื่อ : 7 มีนาคม 2555 11:22:48
IP : 125.25.232.xxx

Reply 4

อีกนิดนึงค่ะ เรื่องใส่ไก่ป้อนอาหาร ชอบมีปัญหาหลุดลงกระเพาะเด็กๆ ส่วนตัวไม่เคยเจอค่ะ เพราะใช้สาย feeding tube ตลอด หาซื้อได้ตามโรงพยาบาลสัตว์หรือคลินิคสัตวแพทย์ค่ะ บอกเค้าว่าเอา feeding tube สีฟ้า ราคาน่าจะอยู่ที่ 40 บาทต่ออัน มันดีกว่าไส้ไก่ตรงที่มีจุกต่อกับตัวไซลิงค์ทำให้ ยังไงๆ ก็ไม่มีทางหลุดจากตัวไซลิงค์ได้ นอกจากจะดึงออก ถ้ามีโอกาสจะถ่ายรูปมาให้ชมค่ะ
โพสโดย : nuttanattz  
โพสเมื่อ : 7 มีนาคม 2555 11:30:42
IP : 125.25.232.xxx

Reply 5

เพิ่มเติมจากด้านบนนะคะ 1.ช้อนตวง เอาไว้ตวงอารหารและน้ำอุ่นที่ใช้ผสม ต้องน้ำอุ่นนะ น้ำร้อนจะทำลายวิตมินในอาหาร ใช้น้ำอุ่นที่อุณหภูมิ ประมาณ60-70 องศา ส่วนตัวผสม อาหาร 1 ส่วนต่อ น้ำ 3 ส่วน 2. เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิ ต้องมีสัก 2 อัน แบบวัดอุณหภูมิอาหาร 1 อัน แบบวัดอากาศ 1 อัน(เอาไว้วัดในกล่องหรือตู้กก ถ้าลูกนกอายุน้อย) 3.ตู้กกลูกนก หรือถ้าเลี้ยงตัว สองตัว ก็ใช้โคมไฟอ่านหนังสือ หลอดใส้แบบ 25 วัตต์ ส่องห่าง 1 ฟุต เอาเทอร์โมมิเตอร์วัดดู อุณห๓ูมิควรปรมาณ 30-31 องศา
โพสโดย : rawan1710  
โพสเมื่อ : 7 มีนาคม 2555 11:48:09
IP : 110.77.164.xxx

Reply 6


หารูป feeding tube มาให้ดู
โพสโดย : nuttanattz  
โพสเมื่อ : 7 มีนาคม 2555 11:50:45
IP : 125.25.232.xxx

Reply 7


มันจะมาในซองที่ปลอดเชื้อนะคะ มายาวๆแบบนี้ ให้วัดระยะ กะเอาก็ได้ จากปากถึงกระเพาะพักลูกนก ซึ่งก็น่าจะประมาณ 3 นิ้วได้ แล้วตัดยาวๆทิ้งไปเลยค่ะ รูปเป็นของต่างประเทศนะคะ ของในไทย เลี้ยงนกเล็กก็ขนาดสีฟ้าก็พอ (ไม่ใช่สีฟ้าในรูปนะ)
โพสโดย : nuttanattz  
โพสเมื่อ : 7 มีนาคม 2555 11:53:27
IP : 125.25.232.xxx

Reply 8

4. ตาชั่ง เอาไว้ชั่งน้ำหนักลูกนก จะได้รู้ว่า สุขภาพเป็นอย่างไร น้ำหนักลูกนกไม่ควรลดลง ถ้าลดลงแสดงว่าอาจจะป่วย เวลาเล่นกับลูกนกระวังอาจโดนกระเพราะพักของเค้าน้องจะสำรอกอาหารอาจเข้าหลอดลมถึงตาย ให้เล่นเวลาก่อนป้อนอาหาร พอป้อนเสร็จก็ปล่อยให้นอนดีกว่า ขอให้สนุกกับการเลี้ยงนะ
โพสโดย : rawan1710  
โพสเมื่อ : 7 มีนาคม 2555 11:53:35
IP : 110.77.164.xxx

Reply 9

เรื่องป้อนอาหารอ่ะครับ ถ้าผมจะไม่ใช้ใส้ไก่ป้อนล่ะะครับ ผมจะใช้ไซริ้งค์ อยางเดียวอ่ะ จะเป็นไรไหมครับ เพราะผมกลัวไปโดนอ่ะไรแล้วลูกนกจะตาย แล้วเรื่องอาหารนี้ถ้าป้อนอาหารเสร็จแล้ว เราต้องป้อนน้ำให้เขาด้วยไหมครับ แล้วควรป้อนปริมาณเท่าไร
โพสโดย : zSingHaz  
โพสเมื่อ : 7 มีนาคม 2555 14:19:42
IP : 101.108.203.xxx

Reply 10

ได้ครับผมว่าดีซะอีกนกจะได้คุ้นกะเราเร็วๆครับแล้วนกจะได้สัมพัสกับอาหารด้วยครับแต่ต้องป้อนเป็นจังหวะครับ 3. ไซริ้งค์ อย่างเดียว โดยแหย่ ปลายไซริ้ง ที่บรรจุอาหารเข้าที่มุมปาก แล้วค่อย ๆๆ บีบ ก้านไซริ้งค์ อย่างช้า ๆ น้ำไม่ต้องป้อนครับเพราะในอาหารลูกป้อนก็มีอยู่แล้วครับ
โพสโดย : pnj  
โพสเมื่อ : 7 มีนาคม 2555 14:32:01
IP : 125.25.145.xxx

Reply 11

ไซริงค์อย่างเดียวดีค่ะ ตามที่พี่ๆเค้าบอกเลย แต่ต้องระวังเรื่องสำลักอาหารเข้าหลอดลมด้วย แล้วก็ใช้เวลาสักนิดนึง แต่ถ้ารักเค้าจริง เวลามีเท่าไหร่ก็ให้เค้าหมดอยู่ดี
โพสโดย : nuttanattz  
โพสเมื่อ : 7 มีนาคม 2555 15:11:55
IP : 125.25.232.xxx

Reply 12

ผมขอถามอีกอย่างนะครับ ลูกป้อนซัน นี่ใช้ไซริ้งค์ขนาดเท่าไร และป้อนประมาณกี่ไซริ้งค์ครับ ต่อมื้ออ่ะครับ และขอขอบคุณพี่ๆที่ให้ความรู้และแนะนำผมเป็นอย่างดี ขอบคุณมากๆเลยครับผม
โพสโดย : zSingHaz  
โพสเมื่อ : 7 มีนาคม 2555 17:02:53
IP : 101.108.198.xxx

Reply 13

ขนาดแล้วแต่ถนัด อาจจะ5 ซีซี. หรือ 10 ซีซี. ก็ได้ เวลาป้อนเค้าไม่นับจำนวนไซริงค์ แต่นับจำนวนซีซี.ที่ป้อน จำนวนอาหารแล้วแต่อายุของลูกป้อน เวลารับนกมาต้องถามคนขายว่าเค้าป้อนอยู่เท่าไร กี่มื้อต่อวัน
โพสโดย : rawan1710  
โพสเมื่อ : 7 มีนาคม 2555 20:45:35
IP : 110.77.152.xxx

Reply 14

ถ้าไม่ใช้สายป้อนต้องระวังให้มากนะคะ ถ้าสำลักจะแย่มาก และเวลาลูกนกไม่สบายจะป้อนยาได้ยากมาก นกจะเชื่องหรือไม่อยู่ที่เรามีเวลาให้เค้าคุ้นกับเรามากแค่ไหน
โพสโดย : rawan1710  
โพสเมื่อ : 7 มีนาคม 2555 20:48:43
IP : 110.77.152.xxx



Username หรือ E-mail
Password
    
แจ้งชำระค่าบริการ  l สมัครสมาชิก l  ลืมรหัสผ่าน

    Webmaster Talk

มีคำถาม ปัญหา ข้อแนะนำ ติดต่อได้ที่เมล์ admin@birdslover.com

รับสั่งทำกรงนก
vetafarm


 
 
Share |
allmassgroup : web-thai : wewebplus